?

Log in

JoongShim Castle
재중♥창민 → Our Secret is How Much We Love Each Other
Thai-Fic ~ Try to FLY aGain ~ TVXQ 
9th-Nov-2007 10:28 am

Title: Try to FLY aGain

Pairing: YunJaeMin ~ YuSu

Rating: PG-15 up!

Author: l0710l

Shim ChangMin
ชายหนุ่มมาดขรึมผู้เติบโตมาท่ามกลางความอบอุ่นจากคนในครอบครัว 
สิ่งที่เขาเคยคิดว่านั่นคือความรักอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ก็เป็นได้  แล้วสิ่งที่เขารู้สึกนั้นจะใช่ความรักงั้นหรือ... 

Kim Jaejoong
หนุ่มหน้าสวยผู้คอยกระชากหัวใจด้วยความงดงามในทุกอิริยาบถ  แม้หัวใจจะเปี่ยมรักด้วยชายหนุ่มมาดเข้มยุนโฮ
แต่สิ่งที่เขามองหากลับไกลกว่านั้น  เมื่อไม่อาจห้ามใจให้หยุดนิ่ง   เสียงหัวใจที่มีจะเต้นเพื่อใคร.....

Jong Yunho
เมื่อหัวใจมอบให้ชายผู้นั้นเพียงผู้เดียว  รักแท้ที่เปี่ยมด้วยความมั่นคงจะถูกทำลายลงด้วยความหวั่นไหวของคนสองคนหรือไม่.... 

Park Yuchon
ครั้งแรกที่คิดจะหยุดหัวใจที่ใครคนนั้น  แต่หนุ่มเพลย์บอยอย่างเขากลับต้องเจ็บช้ำสาหัสเพราะรักแท้ครั้งนี้ 
หรือว่าทางเดินที่ทอดยาวข้างหน้านั้นไม่ใช่ทางของเขาอีกต่อไปแล้ว 

Kim JunSoo
หนุ่มเสียงหวานผู้กำหัวใจยูชอนได้อยู่หมัดกลับต้องถูกทดสอบหัวใจ 
รู้ทั้งรู้ว่าชีวิตอยู่เพื่อใคร  แต่ทำไมความรักที่มีให้มันจึงดูเหมือนลดน้อยลงทุกที


Author's note:

ครั้งแรกของการแต่งฟิค เริ่มขึ้นจากการที่เป็นคนชอบอ่านหนังสืออยู่แล้ว  ประกอบกับรักทงบังฯ เป็นชีวิตจิตใจ
ครั้งนี้เมื่อมีโอกาสได้รังสรรค์มันขึ้นมา  ก็ขอทำด้วยหัวใจ ทุกอย่างแม้เป็นเรื่องแต่ง   แต่ทุกอย่างกลั่นกรองออกมาจากใจจริงๆ ....

อยากให้ทุกคนมีความสุขจากการได้อ่านฟิคเรื่องนี้ แต่อยากจะชี้แจงไว้ก่อนว่า... เราขอเน้นเรื่องอารมณ์ของตัวละครเป็นหลักมากกว่า
เรื่องฉากรักวาบหวิว เพราะเราไม่ถนัดเอาซะเลย  ที่สำคัญเราอยากให้มันดูอ่อนหวาน  ซึ้งกินใจ (จะพยายามน้า~~~)

อย่างน้อยถ้าอ่านแล้วน้ำตาซึมๆ ไปบ้างจะดีใจมากมากเลยล่ะ (จะพยายามขึ้นอีกเรื่อยๆ ...)

ขอฝากแฟนฟิคเรื่องนี้ไว้ด้วยนะคะ








สิ่งใดดลบันดาลให้เส้นทางของคนสองคนมาบรรจบกันในช่วงจังหวะหนึ่งของชีวิต

ในขณะที่คนอีกคนหนึ่งเกิดมาเพื่อรอคอย . . .
แต่คนอีกคนหนึ่งยังไม่เคยรู้เลยว่าความรักเป็นเช่นไร . . .

 


Chapter 1

 


“แล้วคุณชางมินล่ะคะ  คุณคิดว่า ความรัก คืออะไร?” 


เสียงหวานใสของพิธีกรสาวสวยประจำรายการวัยรุ่นสุดฮ็อตแห่งหนึ่งเอ่ยถามชายหนุ่มร่างสูง... ผิวสีน้ำผึ้ง จมูกที่โด่งเป็นสันและดวงตาคู่สวยที่แฝงประกายความซุกซนประสาวัยรุ่นยิ่งขับให้ใบหน้าของเขาดูคมเข้มขึ้น  แม้ว่าตอนนี้ความเขินอายจะทำให้ผิวหน้ามีสีแดงระเรื่อแต่งแต้มอยู่ก็ตาม


“เอ่อ  สำหรับผมแล้ว......คือ..”


“อ้อ หมอนี่ไม่มีทางรู้หรอกครับว่าความรักเป็นยังไง” ยังไม่ทันจะพูดจบ  เพื่อนสุดซี้อย่างจุนซูก็ขัดขึ้น ตามติดด้วยพี่ใหญ่ยุนโฮแบบไม่ให้ขาดตอน “ใช่แล้วววว  เพราะอายุอานามปาไปขนาดนี้แล้วเขาก็ยังไม่เคยมีแฟนเลยครับ”


“เฮ้ อย่าไปแกล้งเขามากนักซิ  เห็นอย่างนี้เขาก็โตเป็นหนุ่มแล้วนะท่านผู้ชมทั้งหลาย... ให้โอกาสเขาตอบหน่อยจะเป็นไร”  ด้วยความช่วยเหลือของยูชอนทำให้ชางมินยิ้มออก  เวลาพูดถึงเรื่องนี้ทีไรมักมีแต่คนคอยแหย่เขาทุกที แต่หนุ่มจอมทะเล้นก็ไม่ยอมปล่อยให้น้องเล็กดีใจไปได้มากกว่านี้  “ว่าแต่ว่า...นายจะตอบได้เหร้อ!!! ฮ่าฮ่าฮ่า” ยูชอนปิดท้ายด้วยการหัวเราะร่วนอย่างมีชัย  เหลือก็เพียงแต่แจจุงที่ได้แต่นั่งขำในความเดียงสาของน้องสุดท้องในวง


“ผมรู้หรอกน่า!!!” เจ้าของคำตอบแย้งขึ้นท่ามกลางเสียงหัวเราะของคนในห้องส่ง  “ถึงผมจะ.. จะไม่เคยมีความรักก็เหอะ  แต่ผมก็มีผู้หญิงในอุดมคติของผมเหมือนกันนะ” 


“ผู้หญิงในอุดมคติเหรอค่ะ  ว้าวววว...ดีล่ะ  งั้นคุณช่วยอธิบายอุดมคติของคุณให้แฟนๆ ฟังสักนิดได้ไหมคะ?”


“เอ่อ...ฟู่  คือว่า...” 



กว่าจะหลุดออกมาแต่ละคำทำเอาทุกคนในห้องส่งหายใจไม่ทั่วท้อง  ลุ้นไปกับคำตอบครั้งนี้ว่าจะลงเอยอย่างไร  “คือ... ก็คงต้องน่ารักอ่อนหวาน  ดูฉลาด พูดเก่ง แล้วก็…..”



“แล้วก็กินเก่งคร้าบบบบบบบบ จะได้เข้ากับนายได้ไง” ยูชอนแทรกขึ้นอีก ก่อนจะหันเอาศอกไปกระทุ้งแขนจุนซูที่นั่งขำอยู่ข้างๆ  



แน่นอนว่าไม่จำเป็นที่หนุ่มยิ้มหวานคนนี้จะต้องพูดให้จบ  เพียงแค่นี้ก็ไม่มีใครสนใจแล้วว่าสิ่งที่เขาจะพูดต่อไปคืออะไร  เพราะต่างคนต่างก็พากันหัวเราะน้ำตาร่วงแทบจะหยุดกันไม่ได้อยู่แล้ว


“แล้วคุณละคะ  แจจุง  ตอนนี้คุณอยากจะมีแฟนบ้างรึเปล่า?” จริงอย่างที่คิด  พิธีกรสาววัยใสหันไปถามชายหนุ่มสุดหล่อที่มีหน้าตาหวานบาดใจเป็นอาวุธในการละลายหัวใจสาวๆ   เสียงกรี๊ดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง   จนหนุ่มน้อยร่างสูงได้แต่นั่งเอ๋อเพราะรู้สึกเหมือนโดนมองข้าม  


“ตอนนี้เหรอครับ   ตอนนี้ผมก็มีแฟนอยู่แล้วนี่  ผมจะไปคิดเรื่องนั้นอีกทำไม. . .” ไม่ทันได้สิ้นเสียง  เสียงกรี๊ดของสาวๆ ก็ดังกระหึ่มขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง  “ฮ่าฮ่าฮ่า  ผมหมายถึง แฟนเพลง น่ะครับ” ชายหนุ่มหน้าหวานหัวเราะร่าให้กับความสำเร็จ (ในการทำให้ผู้อื่นหลงเข้าใจผิด)   จนแฟนๆ เทหัวใจให้ไปเต็มๆ

 

 

ตกเย็นแล้ว  ห้าสมาชิกหนุ่มหล่อวงทงบังชินกิต่างก็พร้อมใจนั่งล้อมโต๊ะกินข้าว  วันนี้ก็เป็นฝีมือแจจุงอีกเช่นเคย


“ว่าแต่ว่าเมื่อกลางวันน่ะ  ฉันตกใจหมดเลยนะ  นึกว่านายจะพูดถึงใครสักคนซะอีก” ยุนโฮพูดพลางหันหน้าไปมองต้นเหตุความแตกตื่นเมื่อเช้านี้


“มันก็แค่มุขเล็กๆ น้อยๆ น่า ” แจจุงชำเลืองไปมองเพื่อนชายเล็กน้อยก่อนจะแซวว่า “ฮึ  หรือว่านายกลัวว่าฉันจะพูดถึง... นาย”


“แค่ก แค่ก . . . โอ้ยยยยย  หยุดเลย หยุดเลย จะพูดจะทำอะไรเนี่ย  ขอเป็นหลังกินข้าว  ในห้องน้ำ เอ๊ย ที่ไหนก็ได้ที่มันส่วนตัวอ่ะ  ได้เปล่า?  เพื่อนๆ จะกินข้าวไม่ลงกันอยู่แล้ว” หนุ่มมิคกี้ทำเสียงเจ้าเล่ห์ได้ใจ  ยิ้มกรุ้มกริ่มราวกับจะบอกทั้งคู่ว่าฉันรู้ทันหรอกนะ 


“เฮ้ย ที่นายพูดมา . . .ไอ้ในห้องน้ำอะไรนั่นนะ  ฉันว่ามันคู่นายไม่ใช่หรอกเหรอ  พูดอะไรหัดอายมั่งดิ๊” หัวหน้าวงยุนโฮพูดเสียงห้าว  พลางยกตัวขึ้นเพื่อเอื้อมมือข้ามไปตบไหล่เพื่อนรุ่นน้องที่ช่างรู้ทัน 


“อ๊า....จุนซู~~~~~~  ทำไมนั่งเงียบเลยล่ะ  ไม่ช่วยเค้าหน่อยเหรอ” หนุ่มเจ้าสำราญยังไม่ยอมหยุดหันไปอ้อนให้สุดที่รักช่วย  ทั้งๆ ที่เพิ่งโดนลูกพี่ใหญ่ปรามเข้าให้แท้ๆ


“ก็.. ก็ที่พี่เค้าพูดมา  มันก็จริงนี่น่า . . . . .” จุนซูพูดเสียงหวานสูงเหมือนเด็กๆ  ช่างเป็นคำตอบที่โดนใจทุกคนจริงจริ้ง  ทำเอาแจจุงและ  ยุนโฮขำกันตัวงอ  แต่กลับไม่มีเสียงหัวเราะของชายที่นั่งหัวโต๊ะเลยแม้แต่นิดเดียว


“แล้วนี่เป็นอะไรไปล่ะไอ้น้อง” ยุนโฮถามชางมินที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตากินด้วยความสงสัย  ทั้งๆ ที่ทุกคนกำลังสนุกสนานกันซะขนาดนี้


“จะเป็นอะไรไป  ไม่เห็นเหรอว่าน้องเราใส่ใจกับการกินอยู่  ห้ามรบกวน!!” ยูชอนไม่วายหันไปกัดชางมินต่อ  ขณะที่กำลังทำหวานคีบเนื้อป้อนให้หวานใจจุนซูอยู่แท้ๆ


“นายเป็นไรเปล่า  ถึงนายจะหิวขนาดไหน  นายก็ไม่เคยนั่งเงียบนี่น่า” จุนซูอดไม่ไหวถามขึ้นมาบ้าง  แต่อีกฝ่ายไม่ได้ตอบอะไร  ยังคงตั้งหน้าตั้งตายัดข้าวเข้าไปจนเกลี้ยงถ้วย


“ก็แค่วันนี้ฝีมือพี่แจจุงสุดๆ ไปเลยครับ  ดูซิผมกินหมดชามเลย” หนุ่มน้อยยิ้มกว้าง  ตีท้องตัวเองสองสามครั้งเป็นสัญญาณว่าอิ่มแล้ว  ก่อนจะลุกออกไปจากโต๊ะ


“เออ  วันนี้ท่าทางที่รักจะทำอร่อยจริงๆ นะ  อร่อยจนอยากลองชิมคนทำบ้างแล้วซิ” ยุนโฮพูดแหย่อย่างมีอารมณ์ (ขัน)  แต่แจจุงกลับไม่มีท่าทีอะไรตอบกลับ  ได้แต่มองตามหลังชายร่างสูงโปร่งที่ชื่อว่า ชิม ชางมิน ไปจนลับสายตาเช่นเดียวกันกับจุนซูที่เป็นห่วงในท่าทีของเพื่อนรักไม่แพ้กัน



 

เพราะทั้งคู่ต่างก็รู้และคิดเหมือนกันว่า.....  ท่าทีแบบนั้นมันเรียกว่าแสร้งทำนะ ชางมิน

 



....................................................................................




 

ภายในห้องนอนของสมาชิกทั้งห้า แม้จะไม่ได้ประดับประดาอะไรที่ดูเลิศหรูมากนัก  แต่ก็เป็นเปี่ยมไปด้วยความสุข  รอบๆ อบอวลไปด้วยไออุ่นแห่งรักที่เกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ของชายหนุ่มห้าคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน  แต่กลับต้องมาใช้ชีวิตอยู่ภายใต้หลังคาเดียวกัน  ความสุขจากความรักที่จะไม่มีวันลางเลือน . . . . .




แต่บัดนี้ดูเหมือนว่าห้วงเวลาแห่งความสุขนั้นกลับบั่นทอนทิ่มแทงหัวใจของใครบางคนมากขึ้นเรื่อยๆ......


 

‘ ( -*- ) ปวดท้องแฮ่ะ  ไม่น่ารีบยัดเข้าไปขนาดนั้นเลย

 เฮ้อ........

อ่ะ เอาอีกแล้ว  วันนี้ดูเหมือนเราถอนหายใจถี่จัง  รู้สึกเหมือนมันจะมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วซิ

เหงาจัง.... เราทำตัวเหมือนพยายามปลีกตัวออกมาเลย

มันเกิดตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ  แล้วนี่เราจะทำยังไงดี ????? ’



 

ชายหนุ่มตวัดปากกาไปมาพร้อมกับใช้ความคิดให้หนักขึ้นเพื่อพยายามไขข้อข้องใจที่เขาตั้งขึ้น  แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไป  เขาก็ทำได้แค่จรดปากกาเขียนชื่อตัวเองลงไปท้ายข้อความเพื่อเป็นการจบการเขียนไดอารี่ในวันนี้  สุดท้ายก็ไร้คำตอบ. . . . .


ชางมินทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม  พยายามไม่คิดอะไร  เวลานี้เขาแค่อยากละทิ้งความรู้สึกว้าวุ่นที่มีทั้งหมดไป  ชายหนุ่มหลับตาลง  ทำใจให้ว่าง  และหวังว่าสักพักคงจะหลับไปเอง



แต่แล้วเสียงของสี่หนุ่มที่เหลือก็แว่วขึ้นมาจากทางห้องนั่งเล่น  ชางมินปล่อยให้บทสนทนานั้นไหลผ่านหูไปอย่างไม่ขัดขืน



“พี่แจจุง  เดี๋ยวผมกับพี่ยูชอนจะออกไปเดินเล่นสักพักนะฮะ  ไม่ต้องรอพวกผมก็ได้”

“เอาเหอะ ไงก็นะวังพวกแฟนคลับไว้หน่อยล่ะ  แล้วก็ปาปารัซซี่ด้วย  เดี๋ยวผู้จัดการเราจะปวดหัวหนักขึ้นไปอีก แล้วยูชอน นายดูแลจุนซูด้วยนะ  อย่าพากันไปเมามายมาอีกล่ะ”

“นายนี่นับวันจะเป็นแม่ขึ้นไปทุกทีแล้วนะ  พี่ยุนโฮดูแลภรรยาดีๆ หน่อยซิ  ฮ่าๆๆๆ”

“เออ... เอาน่า  ฉันเองก็เป็นห่วงเหมือนกันนะ  พวกนายชอบออกไปบ่อยๆ  ระวังแฟนคลับจะรู้แหล่งเที่ยวของพวกนายนะ...  เอ้อ! จุนซู   ฉันฝากซื้อเบียร์หน่อยดิ  ขอสักสองกระป๋องเผื่อแจจุงเค้าด้วย”

“นี่  แต่ฉันกับจุนซูไม่รู้จะกลับเมื่อไหร่นะ  จะรอเหรอ”

“ยุนโฮก็ออกไปซื้อเองซิ  เนี่ยก็ออกไปพร้อมกันกับพวกยูชอนจุนซูเลยก็ได้  เดี๋ยวฉันเฝ้าบ้านให้เอง”

“ไม่เอาอ่ะ  แจไปกับฉันทีนะ  เอ้อ!! ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว  ฉันว่าเราก็ไปเดินเล่นบ้างดีกว่า นะนะ”

“ไม่เอาอ่ะ... ฉันเหนียวตัว  อยากจะอาบน้ำจะแย่แล้ว  นายไปคนเดียวเหอะนะ  ยุนโฮ”

“นี่ๆ  พวกพี่จะเถียงกันอีกนานม่ะ  จะไปรึไม่ไป  จะให้รออีกนานมั้ยอ่ะ”

“เดี๋ยวเถอะนายนี่  จะรีบไปไหนหนักหนา  ผับมันไม่รีบปิดหนีนายไปไหนหรอก ยูชอน.... เออๆ สรุปเดี๋ยวฉันไปเองคนเดียวก็ได้”

“ระวังตัวกันด้วยนะทุกคน  อ๋า..........ยุนโฮ  นายขโมยหอมแก้มฉันอีกแล้วน้า..........   รีบไปเลยไป”






เสียงหัวเราะครึกครื้นก้องดังอยู่ในหัวของชางมินที่กำลังข่มตาหลับ  พวกพี่ๆ นี่ช่างมีความสุขจริงๆ เลยนะ ใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน หรือว่าเราทำตัวเครียดไปรึเปล่า  จริงๆ แล้วถ้าหากทงบังชินกิมีสมาชิกแค่สี่คน  ไม่ต้องมีเราอีกคนหนึ่งโผล่ขึ้นมา  ทุกอย่างมันก็น่าจะลงตัวดีอยู่แล้ว...... เฮ้อ ทำไมมันเหนื่อยแบบนี้นะ  ทั้งๆ ที่ทุกครั้งเราก็ทำดีไม่แพ้ใครๆ  พยายามทุ่มเทอย่างเต็มที่  แต่ทำไมดูเหมือนมันไม่เคยพอ...



เฮ้ย.....  นี่เราคิดอะไรเพี้ยนๆ อีกแล้วเนี่ย  หยุดนะชางมิน  นายไม่มีสิทธิ์ตั้งคำถามกับความสัมพันธ์ที่พวกเราสร้างกันขึ้นมา  เพราะมันมีค่ามากกว่าที่นายจะเอามาคิดอะไรไร้สาระเพ้อเจ้ออยู่แบบนี้....  นายต้องเดินหน้าต่อไปซิ ถ้านายท้อก็เท่ากับเป็นตัวถ่วงพี่ๆ เขาอีกนะ!!!


 

หนุ่มน้อยปล่อยให้ความขับข้องใจต่อล้อต่อเถียงกันอยู่ภายใน  นับวันเขายิ่งเหนื่อยกับความบ้าบอคอแตกของตัวเขาเองมากขึ้นทุกที ไม่รู้อะไรทำให้เขาคิดมากเรื่องแบบนี้ ความสุขที่ควรจะมีมันหายไปไหนหมด 


แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเขาไม่สามารถบังคับและควบคุมจิตใจไม่ให้คิดฟุ้งซ่าน แม้ว่าจะมีอีกสี่คนรอบข้าง แต่ความรู้สึกโดดเดี่ยวก็ผุดขึ้นมาบ่อยครั้งจนเหมือนเขากำลังจมลงสู่ก้นบึ้งอันมืดสนิท




ไม่ทันที่จะรู้ตัวน้ำตาแห่งความเศร้า ความเดียวดาย ความอ้างว้างก็รินไหลออกมา มันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขากันแน่ ในใจลึกลึกแล้วชายหนุ่มไม่อยากถูกพันธนาการไว้ด้วยเสี้ยนหนามแบบนี้  หยาดน้ำอุ่นรินไหลอาบแก้มแต่ตัวเขาเองไม่อาจปาดมันทิ้งไป  ได้แต่นอนนิ่งปล่อยให้น้ำตาช่วยปลอบประโลมความเดียวดายนี้ หัวใจเต้นแผ่วลงราวกับถูกแช่แข็ง  อากาศรอบข้างดูเหมือนจะน้อยลงเต็มที  เขาเป็นเช่นนี้ทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนี้




แต่แล้ว.............ทันใดนั้นเองความอบอุ่นราวกับฤดูใบไม้ผลิก็ได้ทำลายความหนาวเหน็บลงอย่างฉับพลันด้วยสัมผัสอันเปี่ยมรักจากใครสักคนที่กำลังปาดน้ำตาให้เขาอย่างนุ่มนวลและแผ่วเบา  


ชางมินลืมตาขึ้นหลังจากติดอยู่ในห้วงความทุกข์ทรมานอยู่นาน ความมืดมนในจิตใจถูกขับออกไปราวกับได้รับมนต์วิเศษจากนางฟ้า เขาจ้องมองคนที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะเพ้อออกมาอย่างไม่รู้ตัว 




“นะ... นางฟ้า...??  ไม่ใช่ซิ  สวย.... สวยยิ่งกว่านางฟ้า  อบอุ่นยิ่งกว่าฤดูใบไม้ผลิ….. นี่คุณมาช่วยผมใช่มั้ย ?”  




ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะพูดจบ  นางฟ้าที่อยู่ตรงหน้าก็ใช้นิ้วเรียวยาวประทับริมฝีปากของเขาไว้เพราะไม่อยากให้เขาเพ้ออะไรไปมากกว่านี้แล้ว  



“เป็นเพราะพวกฉันใช่ไหม  ชางมิน.....  เพราะพวกฉันเธอถึงต้องร้องไห้”



สิ้นคำพูดของคนตรงหน้า กำแพงหนาที่เคยก่อตัวขึ้นปิดกั้นความเข้าใจในตัวเขาเองก็ทลายลง บัดนี้ชายหนุ่มหลุดออกจากความฝันและกำลังเผชิญกับโลกแห่งความจริงแล้ว ‘นั่นเป็นพี่แจจุง ไม่ใช่นางฟ้า’


ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่เข้าใจคำพูดของพี่ชายคนนี้อยู่ดี แต่คงจะมีเวลาเหลือให้คิดอีกไม่มาก  เพราะภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือภาพที่พี่แจจุงผู้ชายที่เขามักจะคิดว่าสวยกว่าผู้หญิงคนไหนๆ กำลังก้มหน้าเข้ามาใกล้  จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ลดรินอยู่เบื้องหน้า สิ่งที่ไม่คาดฝันบังเกิดขึ้นในไม่กี่เสี้ยววินาทีเมื่อแจจุงบรรจงจุมพิตน้องชายร่างสูงของเขา



ความอบอุ่นที่เด็กน้อยไขว่คว้ามองหามานานแผ่เข้าปกคลุมไปทั่ว ผู้ชายคนนี้นี่เองที่เขาต้องการมาตลอดเวลา!!! น้ำตาอุ่นอุ่นกำลังไหลรินจากสองตาของชายหนุ่มที่ชื่อว่าชางมิน  น้ำตาใสใสกำลังอาบแก้มสีแทนของเขา  ไม่เคยมีครั้งไหนที่เขามีความสุขเท่าวันนี้  น้ำตาที่พรั่งพรูตอกย้ำให้เขารู้ว่าเขาไม่ได้ฝันไป  นี่คือน้ำตาแห่งความมีชีวิต!!!





“นายจะเข้าใจหัวใจของนายเองได้แล้วรึยัง  ชางมิน”  เสียงหวานใสไหลผ่านเข้าสู่โสตประสาทอย่างรวดเร็วเมื่อพี่ชายคนสวยพูดกระซิบอยู่แนบหู  

 


และมันจะก้องกังวาลอยู่ในใจของหนุ่มน้อยผู้ไม่เคยเข้าใจในความรักไปอีกนานแสนนาน


 

 

To be continued...




แล้วพวกเขาจะทำเช่นไร....???

เมื่อความรักต้องห้ามได้บังเกิดขึ้น  โดยที่คนหนึ่งตั้งใจให้มันเกิด  ขณะที่อีกคนหนึ่งยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไป.....

 


Chapter 2

 

‘เราไม่เข้าใจเลย  นี่เรารักพี่แจจุงจริงๆ ใช่ไหม ???

เราเพิ่งเข้าใจว่าทำไมทุกครั้งที่มองคนๆ นี้ถึงใจเต้นรัว  ทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิดได้พูดคุย  เรามักจะยิ้มไม่หุบ  แล้วก็คิดแต่เรื่องนั้นๆ ซ้ำไปซ้ำมา  

นี่เป็นเพราะความรักงั้นเหรอ......  ชางมิน  นายกำลังมีความรักใช่ไหม...??

....แล้วนี่เราจะทำยังไงดี  ทางแยกสองทางตรงหน้า....เราจะเลือกทางไหน

ชางมิน นายจะเป็นคนทรยศหรือไง  นายจะทำอย่างนี้ไม่ได้นะ

ชางมิน นายรู้ตัวไหมว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้มันหมายถึงอะไร  แล้วพวกเราที่เคยมีกันมา  จะมีกันต่อไปได้ยังไง  นายเลือกที่จะหักหลังความไว้ใจที่ทุกคนมีต่อนายงั้นเหรอ’


 

ชายหนุ่มร่างสูงนั่งนิ่งอยู่นานหลังจากเขียนความในใจลงในไดอารี่เล่มหนา  หลายวันมานี้เรื่องราวที่ถูกบันทึกลงในหน้ากระดาษดูเหมือนจะมีแต่เรื่องเครียดๆ ทั้งนั้น แต่เรื่องที่ทำให้เขากลัดกลุ้มมากที่สุดในรอบหลายปีมานี้เห็นจะเป็นเรื่องที่เพิ่งผ่านไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมง ทุกอย่างมันจะดำเนินต่อไปในทิศทางไหนกันแน่ ในเมื่อทางข้างหน้าช่างมืดมน  มีแต่ความสับสน  ชายหนุ่มจรดปลายปากกาค้างไว้ที่จุดเดิมบนหน้ากระดาษเพื่อที่จะเขียนบางสิ่งบางอย่างลงไป  แต่สิ่งนั้นคืออะไร.... ในเมื่อตัวเขาเองยังไม่รู้อนาคตของตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว

 



…………………………………….............................................


 

 

โชคดีที่ยุนโฮเคาะประตูแทนที่จะไขกุญแจเข้ามาเลยอย่างทุกที  อาจเพราะต้องการให้หวานใจเป็นคนมาเปิดประตูต้อนรับ  จริงๆ แล้วมันก็เป็นเรื่องธรรมดาตามประสาคนมีความรักที่อยากจะเห็นแต่คนรักอยู่ตรงหน้าตลอดเวลา  และคงจะยอมไม่ได้หากจะต้องสูญเสียไป  แน่นอนว่าเด็กน้อยชางมินตระหนักถึงจุดนี้ดี  แม้ว่าเขาจะไม่เคยมีความรักก็ตามที



เมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้น  ทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างคนได้สติ  แจจุงนั่งก้มหน้านิ่งอยู่สักพักก่อนจะวิ่งออกจากห้องเพื่อไปเปิดประตูเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นเป็นครั้งที่สอง  ส่วนชางมินได้แต่งงงันกับช่วงวินาทีที่เพิ่งผ่านไป  น้ำตาเหือดแห้งไปแล้ว  เหลือไว้เพียงแต่ความอบอุ่นอย่างแปลกประหลาดจากรอยประทับที่พี่ชายคนดีทิ้งไว้ให้  



“ไง กลับมาเร็วจัง” แจจุงยิ้มให้ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าและพยายามซ่อนอีกอารมณ์หนึ่งไว้เบื้องหลัง


“ก็แหม  เธอไม่ไปกับฉันนี่น่า  มา.. เธอต้องให้ฉันหอมสักที” ยุนโฮโน้มตัวลงทำท่าว่าจะหอมแก้ม  แต่เขากลับเอี้ยวตัวมาจุ๊บปากแทน
 

“ว้าก!! นายนี่เล่นอะไรไม่รู้” หนุ่มร่างบางพูดอ้อมแอ้ม  ก่อนจะยิ้มหวานให้คนรัก


“ก็ฉันคิดถึงเธอนี่น่า  แล้วก็ลงโทษที่ไม่ยอมไปกับฉันไงล่ะ  แค่หอมน่ะมันไม่พอหรอกนะ” ชายหนุ่มใช้อำนาจเด็ดขาดในการเป็นหัวหน้าวงปราบคนที่เขาแสนรักแสนหวงให้อยู่หมัด  ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อเอาเบียร์ที่ซื้อมาไปแช่เย็น โดยที่ไม่รู้เลยว่าแจจุงกำลังมองเหม่อเข้าไปในห้องนอนราวกับกลัวว่าอีกหนึ่งคนตรงนั้นจะได้ยินเรื่องราวเมื่อกี้นี้

 


เวลาผ่านไป....จากครึ่งชั่วโมงเป็นสองชั่วโมง  จากสองชั่วโมงเป็นสี่ชั่วโมง  แต่ความรู้สึกและภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงหัวค่ำยังคงตราตรึงอยู่ข้างใน  ทำให้หนุ่มน้อยผิวสีแทนไม่อาจข่มตานอนหลับลงได้  ว่าแต่ว่าเขาจะหลับลงได้ยังไงเมื่อหนึ่งในผู้ชายสองคนที่นอนกอดกันอยู่ที่เตียงตรงข้ามเป็นคนที่ปลุกความรู้สึกแปลกๆ นี้ให้ตื่นขึ้นมาโดยที่เขาไม่ทันจะตั้งตัว  สุดท้ายชายหนุ่มจึงตัดสินใจลุกจากเตียงเพื่อตรงไปยังห้องทำงาน  แต่กว่าที่เขาจะละสายตาจากใบหน้าเรียวสวย  ขนตาที่งอนยาว  เส้นผมดำขลับน่าสัมผัส  ริมฝีปากที่ชวนใจเต้นไม่เป็นจังหวะได้นั้นก็ยากเย็นเอาการ 




“เฮ้ย  นายทำไรอยู่น่ะ ชางมิน  ยืนอยู่ทำไมมืดๆ” เสียงแหลมสูงดังขึ้นมาทำให้เขาหลุดจากภวังค์ได้ จุนซูกับยูชอนกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่เขาไม่ทันรู้ตัวเลย  เพื่อนรักยิ้มกว้างให้พร้อมกับพยุงชายอีกคนที่กำลังเมาแอ๋ไม่รู้เรื่องเข้ามาในห้อง


“อ่ะ เอ่อ... เอ่อ ก็ไม่มีไรหรอก  ฉ..ฉัน  ฉันก็  อ้อ  ว่าจะไปห้องทำงานหน่อย  นึกได้ว่ามีเรื่องต้องทำน่ะ  เอ่อ  ขอตัวก่อนนะ”


“อ้าว  ดึกดื่นป่านเนี้ยเนี่ยนะ” จุนซูพูดด้วยความงงงันพลางหันมองตามเพื่อนที่เดินก้มหน้าก้มตาผ่านไป  แต่ความสงสัยคงอยู่ได้ไม่นานเพราะยูชอนเริ่มก่อกวนเขาอีกแล้ว


“เอิ้กกกกก....  ที่รักจ๋า~~~  มามะ มาให้เพ่หอมที”  หนุ่มจอมทะเล้นตวัดมืออีกข้างขึ้นมาสวมกอดจุนซูที่พยุงเขาอยู่จนทั้งคู่เสียหลักล้มลงไปบนเตียง  กอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่ได้ไม่นาน  ยูชอนได้ทีขึ้นค่อมแล้วทุกอย่างก็ดำเนินไปตามธรรมชาติและจบลงอย่างมีความสุข  (>w<)



 

ค่ำคืนนี้คงมีเพียงแค่คนสองคนเท่านั้นที่ต้องเผชิญกับความว้าวุ่นใจ  เสียงทักของจุนซูในตอนแรกนั้นไม่เพียงทำให้ชางมินตื่นจากภวังค์ใหลหลงได้เท่านั้น  แต่ยังทำให้แจจุงรู้สึกตัวตื่นขึ้นและพอที่จะปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้ท่ามกลางความวิตกที่ก่อตัวอยู่ข้างในอย่างเงียบๆ

 



………………………………...................................................





ภายในห้องทำงานส่วนตัว  ชางมินนั่งนิ่งมานานมากแล้ว  ในมือถือปากกาด้ามหนึ่ง  ปลายปากกาจรดค้างไว้ที่เดิมจนหมึกไหลซึมแผ่เป็นวงกว้าง 



ก่อนจะขยับปากกาเขียนอีกครั้งจนออกมาเป็นข้อความๆ หนึ่ง….. “ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้คุณมา  แจจุง”

 

 

To be continued….


This page was loaded Apr 27th 2017, 10:30 pm GMT.